1 เสียงร่วมคัดค้านของท่าน เพื่อแสดงพลังรักษาไว้ซึ่งเชื้อเพลิงทางเลือก LPG อย่างเป็นธรรมและยั่งยืน รองรับราคาน้ำมันแพง หรือเชื้อเพลิงอื่นขาดแคลน เพื่อตัวท่าน ครอบครัว และลูกหลานที่เรารัก จะไม่ตกเป็นทาสกลุ่มทุนพลังงานในอนาคต!!!

ร่วมโหวตคัดค้านการขึ้นภาษีสรรพสามิต LPG อย่างไม่เป็นธรรม ให้ได้มากกว่า 1,000,000 รายชื่อ โดยเร็วที่สุด ช่วยกันส่ง Link นี้ให้กับคนที่ท่านรู้จักและได้รับผลกระทบ หรือไม่เห็นด้วยกับนโยบายรัฐบาล เพราะพลังงานของชาติเป็นของประชาชนคนไทยทุกคน ไม่ใช่ของกลุ่มทุนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

ร่วมลงชื่อคัดค้าน การปรับขึ้นภาษีสรรพสามิต LPG

กรุณากรอก ชื่อ-นามสกุล

จำนวนผู้ลงชื่อคัดค้านการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิต LPG

อัพเดทเมื่อ วันพฤหัสบดี ที่ 1 กันยายน 2559 เวลา 12:30:55


18,005


1 เสียงร่วมคัดค้านของท่าน เพื่อแสดงพลังรักษาไว้

ซึ่งเชื้อเพลิงทางเลือก LPG อย่างเป็นธรรมและยั่งยืน


คลิก Download สิ่งพิมพ์ คลิก Download สิ่งพิมพ์

แก๊ส lpg

ที่มาของการคัดค้าน

      อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ และนาย ณรงค์ชัย อัครเศรณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้มีแนวนโยบายให้กระทรวงการคลังปรับขึ้นภาษีสรรพสามิต ณ หัวจ่ายสถานีปั้มแก๊ส LPG อีกลิตรละ 3-5 บาท และกระทรวงคมนาคมปรับขึ้นภาษีรถยนต์ เฉพาะรถระบบแก๊ส LPG (ในขณะที่ปรับลดภาษีรถยนต์สำหรับรถ NGV) อีกทั้ง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้ารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช) ให้สัมภาษณ์แสดงแนวคิดแผนไม่สนับสนุนการใช้แก๊ส LPG ในภาคขนส่ง ภายใน 2 ปี ซึ่งแนวความคิดและนโยบายดังกล่าว ได้สร้างผลกระทบอันใหญ่หลวงในทันที ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ของสิทธิการเลือกใช้พลังงานเชื้อเพลิง ที่เป็นของปวงชนชาวไทย ทั้งภาคประชาชนที่ใช้รถยนต์โดยสารทั่วไป ค่าครองชีพ การจ้างงาน และการขนส่งเชิงพาณิชย์ทั้งระบบ
      ระบบก๊าซ LPG ที่ใช้ในรถยนต์ เป็นที่รู้จักและนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศไทย และต่างประเทศมายาวนาน โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศยุโรป เช่น อังกฤษ อิตาลี เยอรมัน โปแลนด์ เนเธอร์แลนด์ รัสเซีย สเปน ซึ่งรัฐบาลของแต่ละประเทศ ต่างให้การสนับสนุนให้ประชาชนได้ติดตั้งระบบก๊าซ LPG วัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนน้ำมันที่สะอาดกว่า ลดการปล่อยมลพิษทางอากาศ และลดค่าครองชีพของประชาชน ส่วนนโยบายที่รัฐบาลในต่างประเทศสนับสนุนการให้ประชาชนใช้ก๊าซ LPG นั้น ได้แก่ การสนับสนุนช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง การลดภาษีสรรพสามิตตามค่าการปล่อยก๊าซพิษทางอากาศ หรือการลดอัตราค่าธรรมเนียมการจอดรถในเมืองใหญ่ เป็นต้น นอกจากนั้น ยังมีอีกหลายประเทศ ที่ผู้นำประเทศ ต่างมีวิสัยทัศน์และส่งเสริมให้ประชาชนได้ใช้ก๊าซ LPG อย่างกว้างขวาง ทั้งในออสเตรเลีย หรือแม้แต่ในกลุ่มประเทศเอเซียเอง เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เป็นต้น แม้แต่รถยนต์พระที่นั่งของสมเด็จพระราชินี ควีนอลิซาเบธที่ 2 ของประเทศอังกษฤ พระองค์ยังทรงใช้ระบบก๊าซ LPG ซึ่งทรงเป็นตัวอย่างในการเลือกใช้เชื้อเพลิงที่สะอาด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม


แก๊ส lpg

       ระบบก๊าซ LPG เป็นระบบเชื้อเพลิงที่ปลอดภัย และประหยัด รักษาสมรรถนะกำลังของเครื่องยนต์ได้เหมือนระบบน้ำมัน ด้วยการเลือกใช้อุปกรณ์ที่มีมาตรฐาน ติดตั้งจากสถานบริการติดตั้งที่ได้มาตรฐาน ได้รับการรับรองจากกรมขนส่งทางบก ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงพลังงานทางเลือกที่สะดวกในการเติมเชื้อเพลิง ด้วยสถานีบริการกว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ และเครือข่ายของผู้ประกอบการติดตั้ง บำรุงรักษารถยนต์ระบบก๊าซ LPG และ NGV ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ

แก๊ส lpg

แก๊ส lpg

       ก๊าซ LPG สามารถผลิตได้ภายในประเทศ เพียงพอกับการใช้งานของประชาชน ทั้งในภาคครัวเรือนและภาคขนส่ง ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ลดอัตราเงินเฟ้อ และยังมีพอสำหรับภาคอุตสาหกรรมและปิโตรเคมี หากไม่พอใช้ รัฐควรเปิดเสรีให้มีการนำเข้า และปรับราคาตามกลไกตลาด และให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินในเลือกใช้พลังงาน โดยไม่มีการชี้นำ หรือ กีดกันไว้ให้ภาคส่วนใดภาคส่วนหนึ่งอย่างไม่เป็นธรรม
       LPG มีราคาต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่าน้ำมันเบนซินและดีเซล เนื่องจากเป็นวัตถุดิบที่ได้จากระบวนการกลั่นน้ำมันในโรงกลั่น และจากกระบวนการแยกก๊าซในโรงแยกก๊าซ ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่พบและผลิตได้ในประเทศ จากข้อมูลการผลิตและสรรหา LPG ของกระทรวงพลังงานในปี 2557 ที่ผ่านมา พบว่า ประเทศไทยสามารถผลิตและสรรหาก๊าซ LPG ได้จาก 3 แหล่งสำคัญ คือ

โรงกลั่นน้ำมัน 1.854 ล้านตัน คิดเป็น 25%
โรงแยกก๊าซ 3.640 ล้านตัน คิดเป็น 48%
รวมผลิตได้ในประเทศ 5.494 ล้านตัน คิดเป็น 73%
นำเข้าจากต่างประเทศ 2.032 ล้านตัน คิดเป็น 27%
รวมทั้งหมด 7.526 ล้านตัน

ในขณะที่ปริมาณการใช้มีสัดส่วนดังนี้
ภาคปิโตรเคมี 2.776 ล้านตัน คิดเป็น 37%
ภาคครัวเรือน 2.188 ล้านตัน คิดเป็น 29%
ภาคยานยนต์ 1.974 ล้านตัน คิดเป็น 26%
ภาคอุตสาหกรรม 0.576 ล้านตัน คิดเป็น 8%
รวมปริมาณการใช้ภาคประชาชน 4.162 ล้านตัน ซึ่งน้อยกว่าปริมาณการผลิตที่สามารถจัดหาได้ในประเทศ


วัตถุประสงค์ของการรวบรวมรายชื่อคัดค้าน

1. เพื่อรวบรวมรายชื่อประชาชนผู้เดือดร้อนทั่วประเทศ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต แล้วนำเสนอสะท้อนเสียงคัดค้านต่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา

2. เพื่อนำไปสู่การลงประชามติทั่วประเทศอย่างเป็นทางการ เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนและผู้ประกอบทุกภาคส่วน ได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์ของการใช้แก๊ส LPG ในภาคขนส่งแก่รัฐบาลและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง

3. สมาคมธุรกิจก๊าซรถยนต์ไทยขอเสนอรัฐบาล คสช. ให้จัดตั้งคณะทำงานภาคประชาชน ได้มีส่วนร่วมในการออกนโยบายหรือกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทางเลือก LPG ภาคขนส่ง เพื่อความโปร่งใส เป็นธรรม และเท่าเทียมกันในการได้ใช้ทรัพยากรของชาติ

ทำไมต้องช่วยกันลงชื่อคัดค้าน

ผลกระทบที่มีต่อประชาชนและประเทศชาติ หากรัฐบาลเดินหน้าการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิต LPG ในภาคขนส่ง

*** คุณอาจเป็นผู้ใชแก๊ส LPG หรือ อาจเป็นผู้ที่ต้องการพลังงานทางเลือก LPG ในอนาคต หรือ เป็นผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดและนโยบายของภาครัฐในเรื่องนี้ ***

1. การจำกัดสิทธิในการเข้าถึงทรัพยากรของประเทศ โดยรัฐเป็นผู้แบ่งปันจัดสรรให้กับกลุ่มอุตสาหกรรม หรือ กลุ่มทุน ก่อน ไม่สอดคล้องกับแผนนโยบายของรัฐบาล คสช ที่เคยประกาศเน้นให้ประชาชนเข้าถึงทรัพยากรพลังงานอย่างเป็นธรรม

2. การปรับขึ้นภาษีสรรพสามิต LPG ในภาคขนส่ง จะส่งผลกระทบกับหลายภาคส่วนทั้งในระยะสั้น และระยะยาว

ผลกระทบทันทีและในระยะสั้น

1. กระทบผู้ประกอบการในหลายธุรกิจ เงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจนับหลายหมี่นล้านบาทต่อปี

2. อัตราการเลิกจ้าง คนตกงานจะสูงขึ้นทันทีในอุตสาหกรรมนี้ นักศึกษาอาชีวะจบใหม่ จะขาดทางเลือกในการทำงานสร้างรายได้ ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมรถยนต์ ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ และอื่นๆ ยังถดถอย ไม่มีอัตราจ้างงานใหม่

3. การเลิกกิจการของผู้รับติดตั้งและบำรุงรักษารถยนต์ระบบแก๊ส LPG นับพันรายทั่วประเทศ ทั้งที่เป็นอู่ทั่วไปและศูนย์บริการมาตรฐาน ในขณะที่มีรถยนต์ต้องการการดูแล บำรุงรักษาเพื่อความปลอดภัยในการใช้งานนับล้านคัน ทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยและผลกระทบกับสังคมอย่างมาก

4. ประชาชนและภาคขนส่งเชิงพาณิชย์ไม่กล้าตัดสินใจเลือกใช้ก๊าซ LPG เป็นพลังงานทางเลือก เนื่องจากข่าวสารที่รัฐบาลพยายามสื่อสารทางเดียว ทำให้ประชาชนต้องแบกรับภาระต้นทุนค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น โดยปราศจากทางเลือกอย่างเสรี ในการเลือกใช้ประเภทเชื้อเพลิงที่สะอาด ราคาประหยัดและมีความพร้อมด้านสาธารณูโภคมากกว่าเชื้อเพลิงพลังงานทางเลือกประเภทอื่นๆ

ผลกระทบในระยะยาว

1. เมื่อเกิดเหตุการณ์ภาวะราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต ซึ่งมีโอกาสเป็นไปได้สูงมาก ทำให้ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าเชื้อเพลิงที่สูง ในขณะที่พลังงานทางเลือกอื่นๆ อาจยังไม่พร้อมและรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นทุกปีได้

2. หากต้องการลงทุนด้านการผลิตและสถานีให้บริการเชื้อเพลิงทางเลือกประเภทอื่นๆ ใช้ต้นทุนที่สูง มีข้อจำกัด ใช้เวลามาก และอาจต้องการการอุดหนุนจากภาครัฐมากเช่นกัน หนีไม่พ้นระบบเงินกองทุนทดแทน สุดท้ายเป็นภาระและสร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชน

3. การลอยตัวต้นทุนราคาตามต้นทุนที่แท้จริงเป็นสิ่งที่ถูกต้อง หรือการปรับขึ้ลงตามภาวะอุปสงค์อุปทานในตลาดโลก และตลาดในประเทศเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่รัฐต้องมั่นคงหนักแน่นและจริงจังในการดำเนินนโยบายทั้งการขึ้นและลงตามเหตุผล โดยไม่ควรดำเนินนโยบายราคาตามแนวคิดของคนบางกลุ่ม โดยการปรับขึ้น-ลง เฉพาะกลุ่มเชื้อเพลิงที่ตนส่งเสริม หรือ ไม่ส่งเสริมเท่านั้น และปิดบังบิดเบือนข้อมูลที่แท้จริงกับสื่อมวลชนและประชาชน

4. การใช้กลไกภาษีสรรพสามิต หรือภาษีอื่นๆ เพื่อผลักดันต้นทุนราคาให้สูงขึ้น โดยการผลักภาระให้ประชาชน ไม่ใช่เรื่องของการลอยตัวราคาตามกลไกตลาด แต่เป็นการใช้อำนาจรัฐเป็นเครื่องมือในการถ่ายโอนการใช้พลังงานจากกลุ่มนึง ไปยังอีกกลุ่มนึง ตามที่ผู้มีอำนาจต้องการ ถือเป็นการขัดรัฐธรรมนูญและจำกัดสิทธิอันชอบธรรมของประชาชนโดยทั่วไป อีกทั้งไม่เป็นไปตามแนวปฎิบัติของสังคมโลก

5. รัฐควรสนับสนุนการค้าเสรีในเรื่องพลังงานทดแทน ซึ่งบางประเภทอาจนำเข้า หรือมีผู้ประกอบการหรือนักลงทุน สามารถนำเข้าและจัดระบบบริหารต้นทุนได้ดี ทำให้ประชาชนมีทางเลือกและลดภาวะความเสี่ยงเรื่องการขาดแคลนพลังงานในอนาคตได้ ซึ่งโครงสร้างราคาที่เหมาะสมเป็นบทบาทหน้าที่ของผู้ประกอบการและประชาชนในการตัดสินใจ รัฐมีหน้าที่เพียงส่งเสริมและควบคุมดูแลคุณภาพการให้บริการ และความปลอดภัยกับประชาชน

6. ในสายตาของต่างประเทศ ไทยจะขาดศักยภาพในการเข้ามาลงทุน หรือ สร้างความสัมพันธ์ทางการค้า เนื่องจากเล็งเห็นนโยบายจากรัฐบาลยุค คสช ที่ไม่ได้วางรากฐานการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก และการลดต้นทุนในการผลิตให้กับธุรกิจและประชาชนในประเทศอย่างแท้จริง ถึงแม้การใช้ระบบ logistic แบบรางคู่ จะมีศักยภาพและลดต้นทุนของประเทศได้มาก แต่รัฐบาลชั่วคราวต้องเข้าใจระบบโครงสร้างพื้นฐานที่แท้จริงของประเทศ ว่ายังมีความล้าหลังและต้องการเงินลงทุนแลเวลาอีกมากมาย ในการพัฒนาระบบขนส่งแบบรางคู่ได้ แม้กระทั่งระบบขนส่งมวลชนเอง ยังไม่สามารถสร้างความปลอดภัยและทันสมัยได้อย่างกว้างขวาง อย่างที่ควรจะเป็น

7. ข้าราชการการเมืองและข้าราชประจำผู้มีอำนาจตัดสินใจในนโยบายสำคัญส่วนใหญ่ อยู่ในวาระไม่นาน หลายครั้งเมื่อตัดสินใจผิดพลาด หรือ เพื่อเอื้อประโยชน์กับกลุ่มทุน สุดท้ายปล่อยทิ้งภาระไว้กับประชาชนและคนรุ่นหลัง สร้างความเสียหายให้กับประเทศใหญ่หลวง ดังนั้น หากจะมีการตัดสินใจในการไม่สนับสนุน ไม่ส่งเสริมพลังงานทางเลือก ที่มีใช้อยู่ในประเทศมาช้านาน สมาคมฯ ต้องการให้มีการประกาศบุคคลที่ต้องรับผิดชอบในอนาคต และเปิดเผยต่อสาธารณชน เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ตระหนักถึงความล้มเหลวของนักการเมืองและข้าราชการของไทย ทั้งๆ ที่มีการคัดค้านและนำแสนอข้อมูลแล้ว แต่บุคคลเหล่านั้นไม่รับฟัง ไม่ศึกษา ไม่วิเคราะห์ และปล่อยให้อำนาจทุนได้ประโยชน์มากกว่าประชาชน จึงต้องมีผู้รับผิดชอบในอนาคต ตัวอย่างเช่น ก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้เคยส่งเสริมการใช้ NGV ในภาคขนส่งด้วยการอุดหนุนราคา NGV ให้ต่ำกว่าต้นทุนการผลิต และให้เงินสนันสนุนการติดตั้ง CNG ในรถแท๊กซี่ แต่สุดท้ายไม่ประสบความสำเร็จและไม่เป็นที่แพร่หลาย อันเนืองมาจากการขาดแคลนสถานีปั้มก๊าซ NGV จนส่งผลให้ทั้งผู้ประกอบการรถแท๊กซี่และประชาชนที่ติดตั้งก๊าซ NVG ได้รับความเดือดร้อน จนทำให้ที่ผ่านมา ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งปลดล็อก ยกเลิกการบังคับให้รถแท๊กซี่ต้องติดก๊าซ NGV เพียงอย่างเดียว ซึ่งแสดงให้เห็นแล้วว่า เป็นการตามแก้ปัญหาภายหลัง และทิ้งภาระไว้กับประชาชนทั้งสิ้น

รถยนต์ส่วนบุคคลและรถยนต์เชิงพาณิชย์ของไทย ยังต้องการพลังงานทางเลือก นอกจากน้ำมันและแก๊ซโซฮอล์ เพื่อลดค่าใช้จ่าย ลดมลพิษ ในอนาคต

แก๊ส lpg

แก๊ส lpg